» » ทางเดินของชึวิต

Saturday, January 19, 2008

ทางเดินของชึวิต

สวัสดีครับ

เรื่องธรรมะของท่านพุทธทาส เป็นที่สนใจและนำไปปฎิบัติของพวกเราหลายๆ คน วันนี้มีธรรมะของ ท่านพุทธทาสมาให้อ่านกันครับ เรื่องทางเดินของชีวิต พิมพ์ในจุลสาร ราย 3 เดือน We Care ขอขอบคุณจุลสาร We Care ไว้ ณ. ที่นี้ด้วยครับ

ชีวิตคนเรานั้น แท้จริงคือการเดินทางชนิดหนึ่ง ซึ่งเดินจากความเต็มไปด้วยความทุกข์ ไปยังที่สุดจบสิ้นของความทุกข์ที่ตนเคยผ่านมาแล้วนั่นเอง ไม่รู้ว่าผู้นั้นจะทราบหรือไม่ทราบ รู้สึกหรือไม่รู้สึก ชีวิตก็ยังคงเป็นการเดินทางเรื่อยอยู่นั่นเอง เมื่อเดินไปทั้งไม่ทราบ ก็ย่อมมีความระหกระเหิน บอบช้ำเป็นธรรมดา

การเดินทางของชีวิตนี้ มิใช่เป็นการเดินทางด้วยเท้า ทางของชีวิต จึงมิใช่ ทางที่จะเดินได้ด้วยเท้าอีกเช่นเดียวกัน บัณฑิตทั้งเหลายในกาลก่อนได้พากันสนใจใน "ทางชีวิต" กันมากเป็นพิเศษ ในฐานะที่เป็นทางของจิต อันจะวิวัฒน์ไปในทางสูง ซึ่งจะไปได้สูงกว่าทางวัตถุหรือทางกาย อย่างที่ี่่จะเทียบกันไม่ได้เลย

สิ่งที่เรียกกันว่าทาง ทางนั้นแม้จะมีสายเดียวก็จริง ตามธรรมดาต้องประกอบอยู่ด้วยองค์คุณหลายประการเสมอ ทางเดินเท้าทางไกลแรมเดือนสายหนึ่ง จะต้องประกอบด้วยสะพาน ร่มเงา ที่พักอาศัยระหว่างทาง การอารักขา คุ้มครองในระหว่างทาง การหาอาหารได้เสมอไปในระหว่างทาง ฯลฯ ดังนี้เป็นต้น ฉันใด ทางชีวิตแม้จะสายเดียว ดิ่งไปสู่ความพ้นทุกข์ก็จริง แต่ก็ต้องประกอบไปด้วย องค์คุณหลายประการฉันนั้น

ศาสนา เป็นองค์คุณอันสำคัญ โดยช่วยให้ชีวิตนี้ มีความสดชื่น เยือกเย็นพอที่จะเป็นอยู่ ไม่ร้อนเป็นไฟ เช่นเดียวกับน้ำ เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงพฤกษาชาติ ให้สดชื่น งอกงามตลอดเวลา ฉันใดฉันนั้น

ปรัชญา เป็นองค์คุณที่ช่วยให้เกิดอุดมคติอันมีกำลังแรง ในการที่จะกระตุ้นให้ปฏิบัติตามศาสนา หรือหน้าที่อื่นๆ ทำให้เกิดความเชื่อ ความเพียร และคุณธรรมอื่นๆ ที่เป็นตัวกำลัีงสำคัญด้วยกันทั้งนั้น อย่างมากพอที่จะไม่เกิดการท้อถอย หรือโลเล หรือหันหลังกลับ โดยสรุปก็คือช่วยให้มีความเป็นนักปราชญ์ หรือมีปัญญา ดำเนินตนไปจนลุถึงปลายทางที่ตนประสงค์

วิทยาศาสตร์ ช่วยให้เป็นผู้รู้จักเหตุผล ให้รู้จักใช้เหตุผล และให้อยู่ในอำนาจแห่งเหตุผล เพื่อให้ชีวิตนี้ ไม่หลับหูหลับตาเดินไป อย่างโง่เง่า งมงาย ซึ่งจะทำให้เดินไม่ถึง หรือถึงช้า และไม่ได้รับผลเป็นที่พอใจ

ศิลปะ โดยเฉพาะก็คือ ศิลปะแห่งการครองชีวิต หรือ การบังคับตัวเองได้ ช่วยให้ชีวิตนี้ ดูแจ่มใส งดงาม น่าชื่นใจ น่ารักใคร่ นำมาซึ่งความเพลิดเพลิน ในการก้าวหน้าไปด้วยความรู้ และการกระทำที่ดูงามทั้งใน เบื้องต้น ท่ามกลาง และเบื้องปลาย

ภูมิธรรม คือ ธรรมสมบัติ หรือความดี ความจริง ความยุติธรรม ที่ประกอบอยู่ที่เนื้อที่ตัว ช่วยเหลือให้เกิดบุึุคคลิกลักษณะ อันนำมาซึ่งความเลื่อมใส ความไว้วางใจ ความน่าคบหาสมาคม จากชีวิตรอบข้าง ทำให้ชึวิตนั้น ตั้งอยู่ในฐานะเป็นปูชนียบุคคล เป็นที่พึ่งแก่ตนเองได้ และเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวของชีวิตทั้งหลาย

ความรู้ ช่วยให้มีความสามารถในการที่จะใช้ความคิดและการวินิจฉัย สิ่งต่างๆ ได้อย่างกว้างขวาง ในการตัดสินใจ การค้นคว้าทดลอง การแก้ไขอุปสรรคและอื่นๆ ในอันที่จะให้เกิดผลในการครองชีพ การสมาคม และอื่นๆ ที่จำเป็นทุกประการ โดยสมบูรณ์

สติปัญญา ช่วยให้เกิดสมรรถภาพ หรือปฎิภาณในการดำเนินงานของชีวิต ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ตามแนวของความรู้ ทำให้งานของชีวิต ทุกชนิดทุกระดับ ดำเนินไปได้โดยง่าย โดยเร็ว โดยสมบูรณ์และปลอดภัย โดยประการทั้งปวง

อนามัย ช่วยให้มีกำลังกาย อันเป็นบาทฐานแห่งกำลังใจ มีความแคล่วคล่อง ว่องไว อาจหาญ ร่าเริง สะดวกกาย สบายใจ ในการเป็นอยู่ของตน ทำกายนี้ให้เป็นเหมือนม้าที่เจ้าของเลี้ยงดูอย่างถูกต้องทีสุด แล้วสามารถเป็นพาหนะ นำเจ้าของไปสู่ที่มุ่งหมายได้ ฉันใดก็ฉันนั้น

องค์คุณ 8 ประการนี้ กำลังรวมกันเป็นทางสายเดียวของข้าพเจ้่า ช่วยให้ชีวิตของข้าพเจ้าดำเนินไปได้อย่าง เป็นที่พอใจมาก จนถึงกับนึกอยากจะยืนยันแก่เพื่อนร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตาย ทั้งหลายว่า จงลองเดินทางสายนี้ อันประกอบด้วยองค์คุณ 8 อย่างนี้ ดูบ้่างเถิด ผลในโลกนี้ก็คือ ทรัพย์ ชื่อเสียง และมิตรภาพ ก็ตาม ผลในโลกหน้า คือสุคติ ก็ตาม และผลอันสูงสุดพ้นจากโลกทั้งปวง คือนิพพาน ก็ตาม จักเป็นที่หวังได้ครบถ้วน โดยไม่ต้องสงสัยเลย

ข้าพเจ้าขอชักชวน เพื่อนร่วมการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ทั้งหลาย ให้สนใจในทางอันเอก อันเป็นทางดิ่งไปสู่ความสิ้นทุกข์ของบุคคลผู้เดียว แต่ละคนๆ ทางนี้ ข้าพเจ้าขอชักชวนให้พร้อมใจกันต่อสู้ โดยทุกวิถีทาง เพื่อให้ทางๆ นี้ยังเปิดเผยปรากฎอยู่ เป็นทางเดินของสัตว์ทั้งหลาย ข้าพเจ้าขอชักชวนมิตรสหายทั้งหลายให้สละแม้กระทั่งชีวิต เพื่อป้องกันหนทางนี้เอาไว้ให้ยังคงอยู่เป็นทางรอดของตน และของเพื่อนสัตว์ทั้งหลายตลอดกาล อันไม่มีที่สิ้นสุด ในนามแห่งพระพุทธองค์ผู้ทรงประกาศความจริงสากลแก่มนุษย์ชาติทั้งมวล


No comments:

Post a Comment