» » » อารยธรรมก่อนประวัติศาสตร์ 2 ยุค ใจกลางทะเลทราย Sahara

Saturday, August 16, 2008

อารยธรรมก่อนประวัติศาสตร์ 2 ยุค ใจกลางทะเลทราย Sahara







วัสดีครับ

ทะเลทราย Sahara เป็นทะเลทรายที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ที่สุดในโลกคือ มีเนื้อที่ประมาณ 9.3 ล้านตารางกิโลเมตร พอๆ กับสหรัฐอเมริกาทั้งประเทศ ทะเลทราย Sahara มีความแห้งแล้งมาก มีฝนตกไม่เกินปีละ 25 เซนติเมตร ฝนจะตกไม่สม่ำเสมอ แต่จะตกอย่างรุนแรงและหยุดเร็ว ทำให้พื้นไม่สามารถอุ้มน้ำไว้ได้ แต่เชื่อมั้ยครับว่าเมื่อ 8,000 ถึง 10,000 ก่อน บริเวณที่แห้งแล้งที่สุดของทะเลทราย Sahara แถบประเทศ Niger กลับเป็นดินแดนอุดมสมบูรณ์ เป็นที่เกิดของอารยธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ถึง 2 ครั้ง




Paul Sereno จากมหาวิทยาลัย Chicago นำทีมนักสำรวจเข้าไปในทะเลทรายซาฮารา ส่วนที่อยู่ในประเทศ Niger ณ จุดที่แห้งแล้งไม่มีคนหรือสัตว์อาศัยอยู่ เพื่อค้นหาร่องรอยของไดโนเสาร์ แต่แทนที่จะได้พบซากไดโนเสาร์ กลับพบสิ่งที่ไม่คิดว่าจะพบในใจกลางทะเลทราย Sahara นั่นก็คือการขุดพบหลุมศพของมนุษย์ประมาณ 200 ศพ นอกจากโครงกระดูกมนุษย์แล้ว ยังพบกระดูกของสัตว์ต่างๆ เป็นจำนวนมาก รวมไปถึงปลาและจระเข้อีกด้วย

หลุมศพที่พบเหล่านี้อยู่ใกล้บริเวณที่คาดว่าเคยเป็นทะเลสาบมาก่อน จากการศึกษาด้วยวิธี radiocarbon ทำให้ทราบว่า เป็นโครงกระดูกของมนุษย์ใน 2 ยุคปะปนกัน  บริเวณนี้ เคยเป็นที่อาศัยของมนุษย์ ทิ้งช่วงกันประมาณ 1 พันปี โดยระหว่าง 1 พันปีนี้มีความแห้งแล้งเกิดขึ้น ก่อนที่ความอุดมสมบุณณ์จะกลับมาอีกครั้ง

อารยธรรมแรกมีชื่อเรียกว่า Kiffian เกิดขึ้นเมื่อ 8 พันถึง 1 หมื่นปีที่แล้ว โดยมนุษย์ในยุคนี้อาศัยการล่าสัตว์ โดยอาศัยหอก มนุษย์ Kiffian มีรูปร่างสูงใหญ่ มีความสูงถึง 6 ฟุต จากการสังเกตุกระดูกช่วงขา ที่ใหญ่และแข็งแรง ทำให้ทราบว่ามนุษย์ Kiffian มีชีวิตที่ค่อนข้าง Active และทานเนื้อสัตว์เป็นหลัก และมีความเป็นอยู่ที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากมีความสูงถึง 6 ฟุต

อารยธรรมที่สอง เกิดหลังจากอารยธรรม Kiffian ประมาณ1 พันปี คือประมาณ 7พัน ถึง 4.5 พันปีก่อน (เกิดก่อนอารยธรรมอียิปต์บริเวณลุ่มแม่น้ำไนล์ประมาณ 1 พันปี) เรียกว่าวัฒนธรรม Tenerian มนุษย์ชาว Tenerian จะมีความเป็นอยู่ที่พัฒนาขึ้น มีการจับปลาและล่าสัตว์ด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัยขึ้น และมีการเลียงสัตว์ประเภทวัว แต่ชาว Tenerian จะมีรูปร่างที่เล็กกว่าชาว Kiffian

กระดูกของสัตว์ที่พบได้แก่ช้าง ยีราฟ และสัตว์ป่าที่พบกันทั่วๆ ไปในเคนยาทุกวันนี้ ส่วนโครงกระดูกมนุษย์ที่พบมักจะถูกฝังไว้รวมกับอัญมณี หรือรูปเคารพ รวมทั้งดอกไม้ มีการค้นพบโครงกระดูกสตรีและเด็กถูกฝังด้วยกันโดยรองรับร่างของทั้งคู่ด้วยดอกไม้จำนวนมาก และโครงกระดูกมนุษย์เพศชายที่ใส่ไว้ในเรือที่สร้างจากดินเลน




ที่มา: http://www.kimatv.com/news/national/26959514.html

No comments:

Post a Comment