เรื่องฝ่าฝืนกฎหมายควบคุมความเร็วในการขับขี่ยานพาหนะ ดูจะเป็นเรื่องที่เกิดเป็นประจำ โดนจับเสียค่าปรับกันไปเยอะแล้ว แต่ใครที่คิดจะทดสอบความเข้มงวดของกฎหมายนี้ที่ Switzerland คงต้องคิดหนักหน่อย เพราะเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2553 ที่เพิ่งผ่านมาไม่กี่วัน เจ้าหน้าที่ผู้ดูและกฎจราจรใน Switzerland ได้สั่งปรับผู้ขับขี่รถยนต์ชาวสวีเดิน เป็นเงิน £650,000 (ประมาณ 32,500,000 บาท) ด้วยข้อหาขับรถเร็วกว่ากำหนดชายชาวสวีเดนผู้นีอายุ 37 ปี ขับรถ Mercedes SLS ราคา £160,000 (ประมาณ 8 ล้านบาท) ถูก Radar ตรวจจับความเร็วตรวจพบการฝ่าฝืนกฎหมาย บนทางหลวงสาย A12 ระหว่าง Bern กับ Lausanne ขณะที่กำลังขับรถอย่างเมามันด้วยความเร็ว 180 ไมล์ต่อชั่วโมง (280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ในขณะที่กฎหมายอนุญาตให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 70 ไมล์ หรือ 115 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าด้วยความเร็วขนาดที่ชายผู้นี้ขับ เมื่อแตะเบรกรถจะเคลื่อนตัวไปอีกประมาณครึ่งกิโลเมตรถึงจะจอดสนิท
ภายใต้กฎหมายของ Switerland ผู้ฝ่าฝืนกฎควบคุมความเร็ว ต้องเสียค่าปรับโดยการนำความเร็วที่ฝ่าฝืนและรายได้ของผู้ขับรถยนต์มาคำนวณค่าปรับ ซึ่งชายผู้นี้ต้องจ่ายค่าปรับ £650,000 (ประมาณ 32,500,000 บาท) โดยแบ่งชำระวันละ £2,166 (ประมาณ 108,000 บาท) ติดต่อกัน 300 วัน เจ้าหน้าที่ตำรวจยังเปิดเผยอีกว่า ที่ชายผู้นี้เพิ่งถูกจับเป็นครั้งแรกเนื่องจากทางการเพิ่งติดตั้ง Radar รุ่นใหม่ล่าสุด ทำให้สามารถจับผิดชายผู้นี้ได้สำเร็จ เพราะก่อนหน้านี้ Radar สามารถจับ speed รถได้สูงสุด 125ไมล์ หรือ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น ส่วนข้ออ้างของชายผู้นี้ ก็เป็นข้ออ้างยอดนิยมครับคือ มาตรตรวจจับความเร็วในรถเสีย
ตามสถิติของ Switerland ชายผู้นี้เป็นคนแรกที่ขับรถด้วยความเร็วสูงขนาดนี้บนทางหลวง สถิติค่าปรับเนื่องจากขับรถเร็วเกินกำหนดสูงสุดในโลกก่อนหน้านี้เป็นของ Anssi Vanjoki ชาวฟินแลนด์วัย 44 ปีที่ขับมอเตอร์ไซคื Harley Davidson ด้วยความเร็ว 47 ไมล์หรือ 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนเส้นทางที่จำกัดความเร็วเพียง 30 ไมล์หรือ 48 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยชาวฟินแลนด์ผู้นี้ต้องเสียค่าปรับ £95,400 หรือประมาณ 4,800,000 บาท
ที่มา : Metro
0 Comments:
Post a Comment