» » » » เสียงเพลงมีผลต่อการขับรถขนาดไหน? + 10 เพลงที่เหมาะและควรหลีกเลียงระหว่างขับรถ

Friday, January 18, 2013

เสียงเพลงมีผลต่อการขับรถขนาดไหน? + 10 เพลงที่เหมาะและควรหลีกเลียงระหว่างขับรถ

สวัสดีครับ



เ็ป็นเรื่องถกเถียงกันมานานแล้วว่าเสียงเพลงระหว่างขับรถยนต์มีผลต่อการเกิดอุบัติเหตุมากน้อยขนาดไหน  ในที่สุดก็มีผลการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกมาแล้วพร้อม 10 เพลงที่มีผลต่อการเกิดอุบัติเหตุมากที่สุด และ 10 เพลงที่ปลอดภัยสำหรับผู้ชื่นชอบเสียงเพลงระหว่างขับรถ

การสำรวจครั้งนี้จัดทำโดย Dr. Simon Moore จาก London University psychologist ด้วยการให้อาสาสมัครชายหญิงจำนวนเท่าๆ กันแต่ละคนขับรถยนต์ระยะ 500 ไมล์ โดย 250 ไมล์แรกไม่ได้เปิดเพลงและอีก 250 ไมล์ที่เหลือขับรถยนต์ไปพร้อมๆ กับการฟังเพลง  อาสาสมัครทุกคนจะติดอุปกรณ์ ชื่อ MotorMate ซึ่งจะติดตามพฤติกรรมการขับรถตั้งแต่เริ่มต้น บันทึกความเร็วตลอดระยะทาง จำนวนครั้งที่เหยียบคันเร่งและจำนวนครั้งที่เหยียบเบรค

จากข้อมูลที่ได้พบว่าเสียงเพลงมีผลกับพฤติกรรมการขับรถซึ่งจะส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายขึ้น  เช่น

เสียงเพลงดังๆ กระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นซึ่งมีผลต่อการขับรถ
จังหวะเพลงเร็วๆ ทำให้ผู้ขับรถรู้สึกตื่นเต้นและให้ความสนใจกับเสียงเพลงมากกว่าการขับขี่รถยนต์  จังหวะเพลงที่เร่งเร้า ทำให้ผู้ขับรถเร่งความเร็วให้เข้ากับเสียงเพลงโดยไม่รู้ตัว
เพลงที่ผู้ขับรถไม่ชอบ มีผลให้เกิดความเครียด เสียสมาธิ ซึ่งเป็นผลร้ายต่อการขับขี่รถยนต์

นอกจากนี้ประเภทของเพลงยังส่งผลต่อวิธีการขับรถของแต่ละบุคคลอีกด้วย เช่นเสียงเพลง Hip Hop ทำให้เพศหญิงมีพฤติกรรมการขับรถที่ก้าวร้าวขึ้น ทำให้เหยียบคันเร่งมากครั้งและเบรคกระทันหันบ่อยครั้งขึ้น  ในขณะที่เพลง Heavy Metal ทำให้เพศชายขับรถเร็วขึ้นกว่าเดิมมากที่สุด  ที่น่าแปลกที่สุดก็คือเสียงเพลง Classic ไม่ได้ทำให้ผู้ขับเยือกเย็นลงอย่างที่คิดแต่กลับมีข้อผิดพลาดระหว่างการขับรถมากกว่าช่วงเวลาที่ไม่ได้เปิดเพลง

Dr. Simon Moore ให้ข้อสรุปว่าพลงที่เหมาะจะเปิดฟังระหว่างขับรถควรเป็นเพลงที่มีจังหวะใกล้ัเคียงกับอัตราการเต้นของหัวใจของเราคือ 60 - 80 ครั้งต่อนาทีส่วน 10 เพลงที่เหมาะกับการเปิดฟังและควรหลีกเลียงระหว่างการขับรถมีตามนี้ครับ







ที่มา: http://www.dailymail.co.uk/sciencetech/article-2260218/Want-safer-driver-Listen-Coldplay-Elton-John-Norah-Jones--avoid-Black-Eyed-Peas.html

No comments:

Post a Comment