» » » » Stem Cell Courier กับเวลาแค่ 42 ชั่วโมงในการปฏิบัติภาระกิจช่วยชีวิตแต่ละครั้งให้ลุล่วง

Monday, July 28, 2014

Stem Cell Courier กับเวลาแค่ 42 ชั่วโมงในการปฏิบัติภาระกิจช่วยชีวิตแต่ละครั้งให้ลุล่วง

สวัสดีครับ




ภายในหนึ่งเดือน Peter Hodes หนุ่มใหญ่ชาวอังกฤษเดินทางไปต่างประเทศนับครั้งไม่ถ้วนไม่ว่าจะเป็นประเทศในยุโรปอย่างโปแลนด์, เยอรมันนี, ในตะวันออกกลางอย่างอิสราเอล รวมถึงเดินทางไกลไปยังอาฟริกาใต้ และออสเตรเลีย แต่ทุกๆ การเดินทาง Peter Hodes จะต้องเดินทางจากต่างประเทศกลับถึงอังกฤษภายใน 42 ชั่วโมงเนื่องจากภาระกิจช่วยชีวิตที่เขาอาสาเข้ามาทำหน้าที่นั่นก็คือการเป็น Stem Cell Courier หรือผู้เดินทางไปรับสเต็มเซลล์ ที่มีผู้บริจาคจากทั่วโลกให้แก่ผู้ป่วยในประเทศอังกฤษ

Peter Hodes เปิดเผยว่าเขาเริ่มทำหน้าที่อาสาสมัคร  Stem Cell Courier ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2012 และเดินทางไปรับ Stem Cell มาแล้ว 89 ครั้ง  51 ครั้งเป็นการเดินทางไปต่างประเทศ  โดยมีเวลาเดินทางจากปลายทางถึงลอนดอนภายใน 42 ชั่วโมง ถึงแม้สเต็มเซลล์จะ มีชีวิตอยู่ได้ 72 ชั่วโมงเมื่อออกจากร่างกายมนุษย์  แต่ 30 ชั่วโมงที่เหลือก็เพื่อให้แพทย์และผู้ป่วยมีความพร้อมอย่างสมบูรณ์แบบ

Peter Hodes ทำหน้าที่อาสาสมัครให้แก่มูลนิธิ Anthony Nolan ซึ่งเป็นมูลนิธิช่วยเหลือผู้เป็นมะเร็ง ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1974 และเป็นมูลนิธิแห่งแรกในโลกที่รณรงค์เปิดรับผู้บริจาคสเต็มเซลล์จากไขกระดูกเพื่อนำมารักษาผู้มีปัญหาเกี่ยวกับระบบโลหิตและผู้ป่วยมะเร็งหลายๆ ชนิดที่สามารถเยียวยาด้วยการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ ปัจจุบันมูลนิธิแห่งนี้สามารถจัดหาผู้บริจาคสเต็มเซลล์ให้แก่ผู้ป่วยได้ปีละ 1 พันราย  Peter เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นการรับหน้าที่อาสาสมัครช่วยชีวิตว่ามูลเหตุมาจากการที่เขาบริจาคไตข้างหนึ่งให้กับเพื่อนสนิทเมื่อ 8 ปีก่อนซึ่งทำให้เขารู้สึกถึงความสุขในการเป็นผู้ให้ทำให้พัฒนาเป็นการบริจาคโลหิตเป็นประจำ ครั้งหนึ่งระหว่างการรอบริจาคโลหิตในโรงพยาบาลเขาได้อ่านบทความเกี่ยวกับมูลนิธิแห่งนี้และตัดสินใจรับหน้าที่เป็น 1 ใน 44 อาสาสมัครที่จะเดินทางไปรับสเต็มเซลล์จากผู้บริจาคในสถานที่ต่างๆ   โดยสิ่งที่ต้องพกติดตัวก็คือกล่องบรรจุสเต็มเซลล์ ภายในมีถุงน้ำแข็ง 2 ถุงซึ่งช่วยรักษาสภาพของสเต็มเซลล์ได้ 42 ชั่วโมง  ภาระกิจแข่งกับเวลาที่เขาทำอยู่ได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่สนามบินในหลายๆ ประเทศเป็นประจำ ถึงกับจัดเที่ยวบินพิเศษให้เมื่อเที่ยวบินที่เขาเดินทางต้องมีการเลื่อนเวลาเดินทาง บางครั้งก็จัดให้นั่งในที่นั่งชั้นพิเศษ โดยประเทศที่เขาเดินทางไปบ่อยที่สุดก็คือเยอรมันนีเนื่องจากมีความใกล้เคียงของหน่วยพันธุกรรมของประชาชน 2 ประเทศ   ส่วนการรับสเต็มเซลล์ภายในประเทศ Peter จะเดินทางด้วยบริการสาธารณะ เช่น รถไฟ หรือ รถโดยสารประจำทาง ซึ่งในอังกฤษมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุน้อยกว่าการเดินทางด้วยรถยนต์

ปัจจุบันทั่วโลกมีผู้รอรับบริจาคสเต็มเซลล์ประมาณ 37,000 คนและถึงแม้จะมีผู้ลงชื่อบริจาคสเต็มเซลล์กับมูลนิธิทั่วโลกกว่า 22 ล้านคนแต่โอกาสที่จะหาสเต็มเซลล์ที่เข้ากันได้ก็ยากมาก




No comments:

Post a Comment